วิธีการเตรียมตัวเมื่อจะพาลูกน้อยกลับบ้าน [3]

Posted on

วิธีการเตรียมตัวเมื่อจะพาลูกน้อยกลับบ้าน [3]

ทารก 

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับแม่และเด็กในวันนี้เรามีวิธีการเตรียมตัวเพื่อจะพาลูกน้อยออกจากโรงพยาบาลหลังคลอดเสร็จ แล้วพากลับไปอยู่ที่บ้านกันค่ะ เป็นการเปลี่ยนสถานที่อยู่ของเด็กแรกเกิด เราจึงควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดและถูกต้องด้วย เพราะทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับลูกน้อยถือว่าเป็นเรื่องสำคัญทั้งนั้นค่ะ เราจะทำไปด้วยความไม่รู้หรือว่าความประมาทไม่ได้ ต้องมองถึงความปลอดภัยของลูกเป็นหลัก

>> สอนให้ลูกแยกแยะเวลานอนอย่างถูกต้อง
ตอนที่ลูกเกิดใหม่ ๆ ที่โรงพยาบาล เขาจะเคยชินกับแสงสว่างจากหลอดไฟค่ะ เพราะที่โรงพยาบาลเขาไม่ได้ปิดไฟเหมือนกับที่บ้าน เมื่อพาลูกมาอยู่บ้านเราต้องทำให้เคยชินกับเรื่องที่ว่าเวลาที่เปิดไฟและมีแสงสว่างนั้นคือเวลากลางวัน ส่วนกลางคืนก็จะปิดไฟหรือเปิดไฟสลัว ๆ เอาไว้ในเวลาให้นมลูกเท่านั้นเอง ไม่อย่างนั้นแล้วอาจจะเกิดปัญหาเกี่ยวกับการนอนของลูกทั้งในตอนกลางวันและกลางคืนได้ค่ะ ดังนั้นเราต้องทำให้ลูกเกิดความเคยชินให้ได้ จะได้ไม่เกิดปัญหาขึ้นมาในภายหลัง

…..ช่วงแรก ๆ ที่พาลูกกลับมาอยู่บ้านคุณพ่อคุณแม่อาจจะยังไม่ชินในการดูแลลูกเท่าไหร่นะคะ และความเหนื่อยก็จะเพิ่มมากขึ้นจากการใช้ชีวิตปกติด้วย เพราะเคยแต่ดูแลตัวเองและสามีเท่านั้น พอมีลูกขึ้นมาก็เลยต้องรับหน้าที่ในการดูแลลูกด้วย เราขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่เป็นพ่อแม่มือใหม่กันนะคะ…..

//////////
[[ ขอบคุณบทความดีดีจาก kapook.com ]]


ปัญหาเกี่ยวกับการพูดที่เกิดขึ้นกับเด็ก

Posted on

ปัญหาเกี่ยวกับการพูดที่เกิดขึ้นกับเด็ก

เด็กพูด

เรื่องของแม่และเด็กที่เรานำมาฝากในวันนี้เป็นปัญหาเกี่ยวกับการพูดที่เกิดขึ้นกับเด็กนั่นเองค่ะ เพราะเราถือว่าปัญหาทางด้านภาษานั้นเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเด็ก หากว่ามีปัญหาด้านนี้ก็จะทำให้การสื่อสารเป็นไปด้วยความลำบากมากขึ้น และเมื่อลูกเข้าโรงเรียนก็จะยิ่งเป็นปัญหาใหญ่ขึ้นอีกเพราะเรียนไม่เข้าใจและไม่ทันเพื่อนด้วยค่ะ

>> เริ่มพูดช้าหรือว่าไม่ยอมพูดเลย
เมื่อลูกอายุประมาณหนึ่งขวบตามปกติแล้วก็จะเริ่มหัดพูดแล้วค่ะ แต่ยังพูดเป็นประโยคไม่ได้ ต้องพูดแยกเป็นคำ ๆ แต่บางคนก็ยังไม่สามารถพูดได้แม้จะเป็นคำก็ตาม แต่สามารถทำตามคำสั่งที่พ่อแม่สื่อสารได้รู้เรื่อง ถือว่ามีพัฒนาการที่ช้าพอสมควร ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดนะคะ เพราะว่าถ้าปล่อยเอาไว้จะแย่ได้ค่ะ

>> ลูกมีอาการพูดติดอ่างในช่วงวัยเด็ก
ในวัยเด็กที่กำลังหัดพูดอาจจะมีการพูดติดอ่างบ้างนะคะ เพราะว่าในสมองของลูกยังทำการประมวลผลไม่ทัน และยังไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ สื่อสารค่อนข้างลำบากพอสมควร แต่พอโตขึ้นปัญหานี้ก็จะเริ่มลดลงและหายไปในที่สุดค่ะ แต่ว่าเมื่อโตขึ้นยังมีปัญหานี้อยู่ต้องรีบพาไปขอคำปรึกษาจากแพทย์โดยด่วนเลยนะคะ

…..นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของปัญหาของลูกเท่านั้นนะคะ ถ้าหากว่าเป็นเรื่องของการพูดแล้วยังมีอีกหลายประเด็นที่น่าสนใจ เราจะต้องค่อย ๆ เรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น หากว่ามีปัญหาอะไรที่เราคิดว่ายากและคิดว่าแก้ไม่ได้เราก็ควรไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดีกว่านะคะ เพราะถ้าหากว่านิ่งนอนใจก็จะกลายเป็นผลเสียต่อลูกได้ค่ะเ……

////////////
[[ ขอบคุณบทความดีดีจาก kapook.com ]]


วิธีการเลือกครูสอนพิเศษให้กับลูก [3]

Posted on

วิธีการเลือกครูสอนพิเศษให้กับลูก [3]

สอนพิเศษ 

      เรื่องราวของแม่และเด็กนั้นเป็นเรื่องที่มีอะไรน่าสนใจมากมายหลายอย่างเลยค่ะ ให้เขียนวันเดียวของคงไม่หมดแน่ ๆ เพราะว่ากว่าที่จะเลี้ยงลูกให้โตขึ้นมาแต่ละวัน แต่ละเดือน แต่ละปีนั้นต้องใช้เวลานานพอสมควร หากว่าใจร้อนและไม่อดทนและความรักที่มีให้ลูกไม่มากเพียงพอแล้วล่ะก็ เชื่อเลยค่ะว่าจะไม่สามารถเลี้ยงลูกขึ้นมาจนเติบโตได้ขนาดนี้ ในตอนเด็ก ๆ พ่อแม่อาจจะห่วงเรื่องสุขภาพและพัฒนาการของลูกมากที่สุด แต่พอโตมาหน่อยก็จะเน้นไปที่เรื่องการเรียนแทนค่ะ เราจึงขอนำเสนอวิธีการเลือกครูสอนพิเศษให้กับลูกนั่นเอง เรามาติดตามได้เลยค่ะ 

>> ถามถึงแนวทางการในการสอนของครู
ส่วนใหญ่คนเป็นแม่มักจะถามถึงแนวทางในการสอนของครูว่ามีการสอนให้เขาเรียนรู้ด้วยตัวเองด้วยหรือไม่ และถ้าหากว่ามีจะมีแนวทางในการเรียนการสอนอย่างไร เพราะเรื่องนี้สำคัญต่อการเรียนในอนาคตมาก ๆ เลยค่ะ ลูกจะต้องรู้จักการเรียนรู้ด้วยตัวเอง พร้อมทั้งมีความสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ด้วยตัวเอง เนื่องจากไม่สามารถเป็นไปได้ที่จะมีครูหรือพ่อแม่คอยแก้ปัญหาให้อยู่ตลอดนั่นเอง จึงถือว่าเป็นหลักสูตรที่ขาดไม่ได้เลยค่ะสำหรับการเรียนรู้และปูพื้นฐานไปสู่การเรียนของเด็กในอนาคต

……สิ่งต่าง ๆ ที่เราได้สอบถามครูไปนั้นต้องอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสมที่เราพอจะถามได้นะคะ ไม่ใช่ว่าไปวางอำนาจเพราะคิดว่าตัวเองเป็นคนจ้างมาจะถามอะไรก็ได้ แบบนั้นมันไม่ถูกต้อง เราต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน หากว่าเราเข้าใจครู ครุก็จะเข้าใจเราเช่นกันค่ะ แล้วลูกก็จะเรียนได้อย่างมีความสุขมากขึ้นด้วย……

////////////
[[ ขอบคุณบทความดีดีจาก kapook.com ]]


สิ่งที่พ่อแม่ไม่ควรปฏิบัติต่อลูก

Posted on

สิ่งที่พ่อแม่ไม่ควรปฏิบัติต่อลูก

      การเลี้ยงลูกเป็นสิ่งที่ต้องทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจเราจึงต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ให้มาก ๆ เพราะการปลูกฝังให้ลูกเป็นคนดีและมีความรู้ตั้งแต่เด็ก ๆ นั้นเป็นสิ่งสำคัญที่จะบ่งชี้ได้ว่าเขาจะกลายมาเป็นเด็กที่เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้หรือไม่ วันนี้เราจึงนำบทความดี ๆ เกี่ยวกับแม่และเด็กมาฝากค่ะ เป็นสิ่งที่พ่อแม่ไม่ควรปฏิบัติต่อลูกนั่นเอง เรามาดูกันดีกว่าค่ะมีอะไรบ้าง

>> การสร้างกรอบชีวิตแก่ลูก
ถึงแม้ว่าจะเป็นความหวังดีที่มีต่อลูกก็ตาม แต่คุณพ่อคุณแม่อย่าลืมนะคะว่าลูกก็มีชีวิตเป็นของตัวเอง และความคิดของลูกก็ไม่จำเป็นต้องเหมือนสิ่งที่พ่อแม่คิดด้วย ควรให้อิสระในการตัดสินใจเลือกสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเองให้แก่ลูก แต่ถ้าหากว่าสิ่งใดที่มันไม่เหมาะสมหรือว่าไม่ดีก็คอยตักเตือนลูกอยู่ห่าง ๆ จะดีกว่าค่ะ เพราะว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ลูกรู้สึกว่ากำลังถูกบังคับอยู่ เขาจะรู้สึกต่อต้านพ่อกับแม่มากขึ้น และอาจจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ในครอบครัวได้ค่ะ

>> กดดันลูกเสมอและไม่เคยให้กำลังใจลูก
คุณพ่อคุณแม่ทราบไหมคะว่าเมื่อลูกลงมือทำอะไรสักอย่างด้วยตัวเอง สิ่งที่สำคัญที่สุดของลูกก็คือ คำอวยพรจากพ่อแม่และกำลังใจที่คอยส่งผ่านมาให้อยู่เสมอนั่นเองค่ะ สิ่งเหล่านั้นจะกลายมาเป็นแรงผลักดันที่ยิ่งใหญ่ให้กับลูก เมื่อลูกรู้สึกกดดันขึ้นมาเขาก็หาทางออกด้วยวิธีการผิด ๆ และอาจกลายเป็นปัญหาของสังคมได้ค่ะ เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาดนะคะ

…..ที่จริงแล้วสิ่งที่พ่อแม่ไม่ควรปฏิบัติต่อลูกนั้นมีอีกมากมายหลายข้อด้วยกันค่ะ แต่เรานำมาเสนอเพียงคร่าว ๆ เพื่อให้พ่อแม่ได้ปฏิบัติตัวกับลูกได้ถูกต้องขึ้น และเพื่อเป็นการลดช่องว่างในครอบครัวด้วยค่ะ…..

////////////
[[ ขอบคุณบทความดีดีจาก kapook.com ]]


เลี้ยงลูกไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป [2]

Posted on

เลี้ยงลูกไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป [2]

>> การเลือกซื้อของให้ลูกยากยิ่งกว่าอะไรในโลก
ทั้งอาหาร เสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ เพราะอยากจะได้สิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูก ถ้าเป็นเรื่องเล็ก ๆ ก็ไม่ต้องไปกังวลจนเกินเหตุ เอาเวลาไปคิดเรื่องใหญ่ ๆ ดีกว่า เช่น เรื่องการหาโรงเรียน หรือสถานที่รับเลี้ยงดูเด็ก ที่ต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการตัดสินใจ

>> หากเจอปัญหาที่แก้ไม่ตก
ลองปรึกษาคนที่เคยมีประสบการณ์มาก่อนก็ได้ อาจจะเป็นเพื่อน แม่ ญาติ หรือเพื่อนบ้าน เผื่อจะเจอคนที่เคยเจอสถานการณ์เดียวกันและคำแนะนำดี ๆ ที่เราอาจคาดไม่ถึง

>> ยอมรับความช่วยเหลือจากคนอื่นบ้างก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย
เพราะหลาย ๆ คนเมื่อเกิดปัญหาก็เก็บไว้คนเดียว และเกิดอาการเครียดเพราะไม่สามารถหาทางออกได้ หากมีคนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ถ้าปัญหาไม่หนักหนาเกินไป ยอมรับความช่วยเหลือจากคนอื่นบ้างก็ดี เผื่อจะทำให้อะไร ๆ ดีขึ้น เช่น ยอมให้เพื่อนมาช่วยเลี้ยงลูกให้คุณที่บ้านในวันที่คุณต้องออกไปทำธุระ โดยต้องเป็นเพื่อนที่สนิทและไว้ใจได้ จะช่วยคลายความกังวลไปอีกเปราะหนึ่ง

>> คุณรักสามีและลูกของคุณมาก อยากจะดูแลทั้งสองคนให้ดีที่สุด
แต่ปัญหาและภาระมากมายก็เข้ามาไม่หยุดเหมือนกัน คิดไม่ตกว่าจะแก้อย่างไร คุณปลีกตัวเองออกมาจากหน้าที่ของ ภรรยา และหน้าที่แม่ เป็นตัวของตัวเองสักพัก เพื่อให้สมองปลอดโปร่ง พร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ในเวลาแบบนี้อาจจะมีไอเดียดี ๆ ก็ได้ อาจจะเป็นวิธีที่ง่ายนิดเดียว แต่เรากลับคาดไม่ถึง

>> ความรับผิดชอบของแม่
ยากยิ่งกว่าการรับผิดชอบงานเยอะ เพราะเราสามารถลางานได้ แต่ไม่สามารถลาจากหน้าที่ของความเป็นแม่ได้ เมื่อก่อนเราอาจจะวางแผนทำกิจกรรมต่าง ๆ ในวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่เมื่อคุณมีลูก ก็ต้องให้ความสำคัญกับลูกเป็นอันดับแรกก่อนเสมอ กับกิจวัตรแบบซ้ำ ๆ ตื่นมาเปลี่ยนผ้าอ้อม ให้นมลูก เล่นกับลูก และพาลูกเข้านอน วนเวียนกันไป แต่ก็ไม่ใช่ว่ายุ่งจนไม่มีเวลาให้ตัวเอง ลองออกไปพบปะผู้คน หรือทำกิจกรรมเสริมบ้างเล็ก ๆ น้อย ให้คุณแม่และเด็กไม่เครียดจนเกินไปค่ะ

////////////
[[ ขอบคุณบทความดีดีจาก kapook.com ]]